กลับไปข่าวสาร

Update กติกาเทควันโด ฉบับปี 2026 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

16 เมษายน 2569
09:12 น.
เผยแพร่
Update กติกาเทควันโด ฉบับปี 2026 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง
Update กติกาเทควันโด ฉบับปี 2026 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง
Update กติกาเทควันโด ฉบับปี 2026 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

กติกาใหม่เทควันโดสะเทือนวงการ

ใช้ถุงมือไฟฟ้า–ยกเลิกโค้ชชาเลนจ์ เพิ่มแต้มหมุนหัว 6 คะแนน

ความเคลื่อนไหวสำคัญของวงการเทควันโดโลก เมื่อ World Taekwondo (WT) ประกาศปรับเปลี่ยนกติกาการแข่งขันใหม่ เตรียมนำมาใช้ในทุกรายการระดับนานาชาติปี 2026 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายให้การแข่งขันรวดเร็ว โปร่งใส และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดสินมากขึ้นหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการนำ “ถุงมือไฟฟ้า” มาใช้ควบคู่กับเกราะไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ระบบดังกล่าวติดตั้งเซนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อบันทึกแรงกระแทกจากหมัดแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การให้คะแนนแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อนจากสายตากรรมการ และเพิ่มบทบาทเกมหมัดในกติกายุคใหม่ขณะเดียวกัน WT ยังประกาศยกเลิกสิทธิ์การขอวิดีโอรีเพลย์ของผู้ฝึกสอน หรือ “โค้ชชาเลนจ์” อย่างเป็นทางการ จากเดิมที่โค้ชสามารถยื่นคำร้องขอดูภาพช้าในจังหวะเตะศีรษะแล้วคะแนนไม่ขึ้น กติกาใหม่กำหนดให้เป็นอำนาจของกรรมการในสนามเท่านั้นที่จะพิจารณาเรียกดูภาพช้าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีเป้าหมายลดการหยุดเกมกลางคัน ทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างต่อเนื่องมากขึ้น และลดข้อโต้แย้งข้างสนาม ซึ่งในอดีตหลายแมตช์สำคัญถูกพลิกผลการแข่งขันจากการชาเลนจ์ของทีมงานผู้ฝึกสอน

นอกจากนี้ WT ยังปรับโครงสร้างคะแนนในจังหวะท่าพิเศษ โดยเฉพาะลูกหมุนตัวเตะศีรษะ จากเดิม 5 คะแนน เพิ่มเป็น 6 คะแนนทันที ส่งผลให้ท่าหมุนตัวกลายเป็นอาวุธสำคัญที่สามารถพลิกเกมได้ภายในจังหวะเดียว ขณะที่คะแนนพื้นฐานยังคงเดิม ได้แก่ เตะลำตัว 2 คะแนน และเตะศีรษะ 3 คะแนนผู้เชี่ยวชาญด้านกติกามองว่า เทควันโดในยุคใหม่จะมีความเร็วและดุดันมากขึ้น นักกีฬาจำเป็นต้องทำคะแนนให้ชัดเจนตั้งแต่จังหวะแรก เนื่องจากไม่สามารถพึ่งการขอรีเพลย์จากโค้ชได้อีกต่อไป ขณะเดียวกันการฝึกท่าหมุนตัวและเกมหมัดจะมีบทบาทมากขึ้นในเชิงแทคติกสำหรับทัพนักกีฬาไทย การปรับตัวสำคัญอยู่ที่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำคะแนนจากลำตัว และการฝึกความแม่นยำของลูกเตะศีรษะให้ชัดเจนพอจะผ่านระบบเซนเซอร์โดยไม่ต้องอาศัยการทบทวนภาพช้า

การเปลี่ยนกติกาครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเทควันโดโลก ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคการแข่งขันแบบ “เทคโนโลยีเต็มรูปแบบ” ซึ่งจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติช่วงเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป

1. โครงสร้างการให้คะแนน (Scoring System)

เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าและเกมหยุดชะงัก กติกาใหม่ได้ลดสิทธิ์ของผู้ฝึกสอนลง: โค้ชจะไม่มีสิทธิ์ยกการ์ดประท้วงขอดูภาพช้า (IVR) สำหรับเหตุการณ์เตะศีรษะอีกต่อไป

2. การขอวิดีโอช่วยตัดสิน (Instant Video Replay – IVR)

อำนาจการเรียกดู IVR สำหรับการเตะศีรษะจะอยู่ที่ผู้ตัดสินกลาง (Center Referee) เพียงผู้เดียว และจะเรียกดูได้ก็ต่อเมื่อมีการสั่งหยุดเพื่อนับแปดอันเกิดจากแรงกระแทกที่รุนแรง อาการเซ เลือดออก บาดเจ็บที่ตา หรือล้มลงไปกองกับพื้นแล้วเท่านั้น

โค้ชยังสามารถประท้วงเรื่องอื่นๆ ได้ เช่น การทำงานผิดปกติของระบบฮาร์ดแวร์ ปัญหาเรื่องเวลา หรือคะแนนผีที่ขึ้นเองโดยไม่มีการสัมผัส

3. การฟาวล์และบทลงโทษ (Gam-jeom)

กติกาบังคับใช้หลักปรัชญา “Let them fight” เพื่อให้นักกีฬาสู้กันอย่างต่อเนื่อง: การโดนตัดคะแนน (Gam-jeom) 1 ครั้ง ฝ่ายตรงข้ามจะได้รับการบวกเพิ่ม 1 คะแนน

หากนักกีฬาสะสม Gam-jeom ครบ 10 ครั้งในแมตช์นั้น จะถูกปรับแพ้ทันที และสำหรับระบบการแข่งขันแบบชนะ 2 ใน 3 ยก (Best of Three) หากสะสมฟาวล์ครบ 5 ครั้งในยกเดียว จะถูกปรับแพ้ในยกนั้นทันที

การฟาวล์ที่ต้องลงโทษทันที: เช่น การล้มลงพื้น ก้าวข้ามเส้นขอบสนาม โจมตีคู่ต่อสู้ที่ล้มลง หรือโจมตีหลังมีคำสั่งหยุด (Kal-yeo)

การฟาวล์ที่ต้องดูเจตนาและผลกระทบ: เช่น การกอดรัด การดึง การยกขากัน หรือการโจมตีต่ำกว่าเอว ผู้ตัดสินจะแจกฟาวล์ก็ต่อเมื่อการกระทำนั้นส่งผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบในแมตช์อย่างชัดเจน หากเป็นการชุลมุนที่ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบ กรรมการจะปล่อยให้สู้กันต่อไปโดยไม่หยุดเกม

4. กติกาพิเศษสำหรับการแข่งขันประเภททีม (Team Competition)

การเปลี่ยนตัว: สามารถสลับตัวนักกีฬาเข้าออกได้ไม่จำกัด แต่นักกีฬาที่ลงไปใหม่จะต้องสู้อย่างน้อย 15 วินาทีจึงจะเปลี่ยนตัวออกได้ และเมื่อทีมหนึ่งเปลี่ยนตัว ทีมฝ่ายตรงข้ามจะถูกห้ามเปลี่ยนตัวเป็นเวลา 10 วินาที

การหาผู้ชนะ: ไม่มีการใช้กฎคะแนนห่าง (Point Gap) หากทีมใดสามารถทำคะแนนสะสมได้ถึง 30 คะแนนก่อน จะถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะในยกนั้น

ระบบหน้าจอพลังชีวิต (Health Bar): ป้ายคะแนนอาจถูกแสดงผลในรูปแบบ Health Bar คล้ายวิดีโอเกมต่อสู้

บทลงโทษความเฉื่อยชา (Passive Penalty): หากนักกีฬาแสดงความขี้ขลาด วิ่งหนี หรือตั้งใจล้มเพื่อเบรกเกม จะถูกลงโทษโดยการลดหลอดพลังชีวิตของทีมลง และฝั่งตรงข้ามจะได้รับสิทธิ์ “คะแนนคูณสอง” สำหรับทุกการโจมตีที่ทำได้ภายใน 10 วินาทีถัดไป กติกาใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อบีบให้นักกีฬาที่คะแนนนำอยู่ ไม่สามารถใช้วิธีวิ่งหนีเพื่อรอให้หมดเวลาได้อีกต่อไป

5. จำนวนผู้ตัดสินบนเวที

ในการแข่งขันที่ใช้ระบบเกราะและถุงมือเซ็นเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ (PSS) อย่างเต็มรูปแบบ จะลดจำนวนกรรมการมุมลงเหลือเพียงคนเดียวเรียกว่า “Technical Judge” ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับผู้ตัดสินกลาง (Center Referee) รวมเป็น 2 คน เพื่อลดความซับซ้อนและความผิดพลาดของมนุษย์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://gmacscore.com/2026/02/23/18300/